May 17, 2022

เควิน คีแกน ตำนานผู้หลั่งน้ำตาให้ ลิเวอร์พูล

นับตั้งแต่ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ก่อตั้งสโมสรมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1892 นักฟุตบอลของสโมสรแห่งนี้ได้สร้างความทรงจำต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ รอยยิ้มและน้ำตา ให้กับแฟนบอลของลิเวอร์พูล และประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษไว้อย่างมากมาย ซึ่งนักเตะที่ได้เป็นตำนานของทีมลิเวอร์พูลอีกหนึ่งคนที่ได้ทุ่มเทให้กับสโมสรมากที่สุด นั่งคือ เควิน คีแกน

โจเซฟ เควิน คีแกน หรืออีกชื่อที่แฟนบอลทั่วโลกรู้จักกันในชื่อ เควิน คีแกน เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1951 ได้เป็นอดีตนักกีฬาฟุตบอล และยังเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวอังกฤษ เควิน คีแกน ได้เคยเล่นฟุตบอลให้กับหลาย ๆ สโมสร ซึ่งก็ได้รวมไปถึงทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล และ ทีมฮัมบูร์ก อีกด้วย โดยหลังจากที่ เควิน คีแกน ได้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ เขาก็ผันตัวไปรับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมให้กับหลาย ๆ สโมสร ได้แก่ สโมสรนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, สโมสรฟูแล่ม และ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่ง เควิน คีแกน สามารถพาทีมทั้งสามสโมสรนี้ ไปคว้าแชมป์ในลีกสูงสุดได้ทั้งหมด และ เควิน คีแกน ยังเคยรับหน้าที่ให้คุมทีมชาติอังกฤษอีกด้วย

เควิน คีแกน ได้เริ่มต้นการค้าแข้งอาชีพด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น โดยสโมสรที่เขาได้ค้าแข้งด้วยเป็นสโมสรแรกเลย คือ สโมสรสคันธอร์ป ยูไนเต็ด ในปี ค.ศ.1966 การลงสนามนัดแรกของ เควิน คีแกน ให้กับสโมสร เขาได้พบกับ สโมสรปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด เควิน คีแกน เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ ตัวสร้างสรรค์เกมในด้านขวาให้กับสโมสรสคันธอร์ป ยูไนเต็ด  และในการลงสนามของ เควิน คีแกน เขาได้โอกาสยิงได้ 18 ประตู จากการลงสนาม 124 เกมให้กับสโมสร แต่ในปี ค.ศ.1971 เควิน คีแกน ได้รับความสนใจจาก บิล แชงคลีย์ ซึ่งในขณะนั้นเขาได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ดึงตัวเขาให้มาร่วมทัพ ด้วยจำนวนค่าตัวถึง 35,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท) ในวัยเพียง 20 ปี

เควิน คีแกน ได้ย้ายเข้าสู่ร่มเงาของสนาม แอนฟิลด์ ในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ.1971 ในยุคของผู้จัดการทีมบิล แชงคลีย์ และ เควิน คีแกน ได้แจ้งเกิดในเกมการแข่งขันที่ได้พบกับทีม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่สนาม แอนฟิลด์ เควิน คีแกน สามารถทำประตูได้หลังจากที่เขาได้ลงสนามแข่งขันไปได้เพียงแค่ 12 นาที เท่านั้น แม้ในตอนแรกสัญญาที่ได้ทำกับทีมหงส์แดง ลิเวอรพูล ได้ระบุไว้ว่าลงเล่นในตำแหน่งกองกลาง แต่ด้วยความสามารถของเควิน คีแกน จึงทำให้ผู้จัดการทีมอย่าง บิล แชงคลีย์ โยกให้ เควิน คีแกน ขึ้นไปเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้าคู่กับ จอห์น โตแช็ค ทั้งนี้ เควิน คีแกน ก็ได้ทำหน้าที่ได้อย่างดี จนทำให้ บิล แชงคลีย์ ออกมาชม เควิน คีแกน อย่างไม่ขาด

ในปี ค.ศ.1973 เควิน คีแกน ได้สร้างชื่อเสียงเพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับตัวเอง ด้วยการที่พาสโมสร ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์ของลีกสูงสุดในรอบ 7 ปี ร่วมกับหัวหอกคู่บุญอย่าง จอห์น โตแช็ค และยังสามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ ซึ่ง เควิน คีแกน สามารถยิงได้ 2 ประตูในรอบการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศในเลกแรก ที่ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล พบกับ ทีม “สิงห์หนุ่ม” โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัด และก็เป็นทางด้านของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่สามารถเอาชนะไปด้วยสกอร์รวม 3-2 ประตู

แม้ว่าในช่วงปีต่อมา เควิน คีแกน จะสามารถยิงประตูให้กับทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลได้มากขึ้น แต่แล้วทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ก็ต้องเสียตำแหน่งแชมป์ลีกให้กับทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด และในฤดูกาลแข่งขันนั้นพวกเขาได้ทำสถิติไม่เคยแพ้ใครยาวนานถึง 29 เกม ตั้งแต่ที่เริ่มออกสตาร์ท อย่างไรก็ตามทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้เถลิงแชมป์ เอฟเอ คัพ ด้วยการสามารถเอาชนะทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 3-0 ประตู ที่สนาม เวมบลีย์ โดยที่ เควิน คีแกน เป็นคนเดียวที่ยิงได้สองประตูในเกมการแข่งขันนั้น และสามารถคว้าแชมป์มาได้ในที่สุด

ในปี ค.ศ.1977 เควิน คีแกน สามารถช่วยให้ทีม ลิเวอร์พูล คว้าทริปเปิลแชมป์มาได้สำเร็จ ได้แก่

  • แชมป์ลีกสูงสุด
  • แชมป์ลีก คัพ
  • แชมป์ ยูโรเปียน คัพ

ถึงแม้ว่า เควิน คีแกน จะได้ตัดสินใจที่ประกาศอำลาสโมสรไปแล้วในช่วงซัมเมอร์หน้า อย่างไรก็ตาม เควิน คีแกน ก็สามารถพาทีมเข้าไปในรอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยทั้งสองรายการ เควิน คีแกน ได้สวมเสื้อแข่งขันสีแดงเพลิงที่ได้เป็นชุดเหย้าของทีม ลิเวอร์พูล เป็นเกมการแข่งขันนัดสุดท้ายในชีวิตของเขาร่วมกับทีม ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งผลปรากฏว่าทางทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้เป็นฝ่ายที่สามารถคว้าแชมป์ในรายการนี้ไปได้ แต่ในอีก 4 วันต่อมา ในการแข่งขันฟุตบอลรายการ ยูโรเปียน คัพ ในรอบชิงชนะเลิศ ที่กรุงโรม ทีม ลิเวอร์พูล พบกับ ทีม โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัด แม้ว่าในเกมนี้เขาจะไม่ได้ยิงประตูทำคะแนนให้กับทีมได้ แต่เขาก็ได้มีความสามารถเรียกฟาวล์ และก็ได้กลายเป็นจุดโทษ ก่อนที่เป็นทางด้านของ ฟิล นีล จะเป็นผู้รับหน้าที่สังหาร จนในสุดท้ายทีม ลิเวอร์พูล ก็สามารถเอาชนะทีม “สิงห์หนุ่ม” โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัด ไปด้วยสกอร์ 3-1 ประตู คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

เควิน คีแกน ได้ลงสนามแข่งขันให้กับทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไปถึง 323 นัด และสามารถยิงประตูไปได้ถึง 100 ประตู เควิน คีแกน ก็ได้อำลาจากทีม ลิเวอร์พูล ไปตามที่เขาได้เคยประกาศไว้ในช่วงก่อนหน้านี้ โดย เควิน คีแกน ได้ตัดสินใจเลือกที่จะย้ายไปซบอกทีม ฮัมบูร์ก ยอดทีมฟุตบอลจากเมืองเบียร์ ด้วยจำนวนค่าตัว 500,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 27 ล้านบาท) ซึ่งในตอนนั้นทางทีม ลิเวอร์พูล ก็ได้ดึงตัวผู้เล่นอย่าง เคนนี่ ดัลกลิช เข้ามาแทนที่ในตำแหน่งของ เควิน คีแกน โดยเขาได้กล่าวไว้ในภายหลังว่า สิ่งเดียวที่เขากลัว นั่นก็คือ การที่ไม่สามารถยิงประตูทำคะแนนต่อหน้าสาวกของทีมเดอะ ค็อป ได้อีก ซึ่งเขาเองอาจจะตายได้เลย ถ้าหากว่าเรื่องนั้นมันเกิดขึ้น เมื่อเหล่าแฟนบอลเริ่มร้องเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ อยู่ ๆ น้ำตาของลูกผู้ชายอย่าง เควิน คีแกน มันก็ไหลออกมา และได้มีหลายครั้งที่ เควิน คีแกน ร้องไห้ในขณะที่เขาได้กำลังลงเล่นอยู่ในสนามแข่งขัน

ในปี ค.ศ.1977 ได้ย้ายไปซบอกของทีม “สิงห์เหนือ” ฮัมบูร์ก และเขาสามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้สมกับฉายา จอมพังประตู  ในลีกฤดูกาลแข่งขันปี 1977-1978 เควิน คีแกน ได้ทำคะแนนไปถึง 12 ประตู แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่า เควิน คีแกน จะสามารถ โชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ทีม “สิงห์เหนือ” ฮัมบูร์ก โดนกลบรัศมีจากทีม บาเยิร์น มิวนิค ที่เป็นทีมที่ผูกขาดการชนะได้มากที่สุด และในสุดท้าย เควิน คีแกน ได้ทำข้อตกลงเรื่องการย้ายทีมใน เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่ง เควิน คีแกน ได้ตัดสินใจย้ายออกจากทีม ฮัมบูร์ก ย้ายไปยังทีม เซาแธมป์ตัน ในปี ค.ศ.1980

ลอว์รี่ย์ แม็คเมเนมาย ผู้จัดการทีม เซาแธมป์ตัน ดึงตัวเควิน คีแกน ให้มาร่วมทีม ด้วยอัตราค่าตัวถึง 420,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 22.7 ล้านบาท) 2 ฤดูกาลแข่งขันของ เควิน คีแกน ที่ เดอะ เดลล์ กับเพื่อนร่วมทีมของเขาตลอดฤดูกาลแข่งขันในปี 1980-1981 ทีม “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน สามารถยิงไปได้ทั้งหมดถึง 76 ประตู และสามารถจบในอันดับที่ 6 ซึ่งก็ได้เป็นอันดับที่สูงที่สุดในการแข่งขันลีกของพวกเขา

ในปี ค.ศ.1982 ก่อนที่ เควิน คีแกน จะตัดสินใจย้ายทีมเพื่อแสวงหาความท้าทายในรูปแบบใหม่ ๆ และ 2-3วันก่อนที่จะเริ่มต้นฤดูกาล 1982-83 ขึ้น เควิน คีแกน ได้เซ็นสัญญาร่วมทัพกับทีม “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมในดิวิชั่น 2 ด้วยอัตราค่าตัวจำนวน 100,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 5.4 ล้านบาท) เควิน คีแกน ใช้เวลาอยู่ร่วมทีมกับ สโมสรนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กว่า 2 ฤดูกาล เขาได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากเหล่าบรรดาแฟนบอล เควิน คีแกนได้ยิงทำคะแนนไปทั้งสิ้น 48 ประตู จากการแข่งขัน 78 นัด สามารถช่วยให้ทีมได้เลื่อนชั้นไปสู่ในลีกสูงสุดในปี ค.ศ.1984

และสุดท้าย เควิน คีแกน ได้ประกาศแขวนสตั๊ดในช่วงท้ายของฤดูกาล 1983-1984 ในเกมการแข่งขันลีกนัดสุดท้ายที่ได้พบกับทีม ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และสามารถทำคะแนนเอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-1 ประตู แต่แท้จริงแล้วเกมการแข่งขันนัดสุดท้ายของ เควิน คีแกน กับ สโมสรนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด คือเกมการแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และ เควิน คีแกน ได้ออกจากสนามฟุตบอลด้วยเฮลิคอปเตอร์ในขณะที่เขายังได้สวมชุดแข่งขันของทีม “สาลิกาดง” อยู่