May 17, 2022

เอดซง อารังชีส ดู นาซีเมงตู : ไข่มุกดำ ราชาฟุตบอลระดับตำนานที่ยังมีลมหายใจ

ถ้าหากจะพูดถึงนักกีฬาฟุตบอลระดับตำนานที่ยังหายใจอยู่ ในโลกของกีฬาฟุตบอล แฟนบอลหลายคนคงต้องนึกถึง นักกีฬาคนนี้อย่างแน่นอน เขานั้นได้เป็นดาวยิงผิวสีอดีตนักเตะของทีมชาติบราซิล ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทั่วโลกนั้นได้ยกย่องเขาให้เป็นนักเตะในระดับตำนานอยู่จนถึงทุกวันนี้ นักเตะคนนี้เขาได้รับฉายา คือ ไข่มุกดำ หรือ ราชาฟุตบอล ได้มีชื่อจริงเต็ม ๆ ว่า เอดซง อารังชีส ดู นาซีเมงตู (Edson Arantes do Nascimento) หรืออีกชื่อที่เหล่าบรรดาแฟนบอลได้รู้จักกันดีในชื่อ เปเล่ นั่นเอง

 

ประวัติส่วนตัวของเอดซง อารังชีส ดู นาซีเมงตู (Edson Arantes do Nascimento) ได้เป็นบุตรของ จัว ราโมส ดู นาสซิเมนโต้ และ มาเรีเซเลสต์ อารานเตส ได้เกิดในวันที่ 23 ตุลาคม ปี 1940 เกิดและเติบโตขึ้นที่เมืองเตรสโกราโซยส์ (Três Corações) ในรัฐมีนัสเชไรส์ ของประเทศบราซิล ทางครอบครัวของเขาได้มีเชื้อสายปนกัน ระหว่าง Afrika กับ Portugal และได้นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก และชื่อของเขานั้น พ่อของเขาได้ถูกตั้งตามชื่อของนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน “โทมัส อัลวา เอดิสัน” โดยเจาอัว รามอส โดนาสซิเมนโต้ หรือที่เพื่อน ๆ ร่วมอาชีพของเขาได้เรียกว่า “ดอนดินโฮ” ได้มีชื่อเล่นว่า “จีกู” (Dico) เมื่อเขาได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษา เพื่อน ๆ ของเขาก็เรียกเขาว่า “เปเล่” ซึ่งชื่อนี้ไม่ได้มีความหมายแต่อย่างใด และคนในครอบครัวของเขาก็ไม่ได้รู้จักชื่อนี้เลย แต่สุดท้ายเขาก็ได้เป็นที่รู้จักในชื่อ “เปเล่” และได้ใช้ชื่อนี้มาโดยตลอด ยกเว้นแต่คนในครอบครัวของเขาเท่านั้นที่ยังคงเรียกเขาว่า “จีกู”

การเข้าสู่วงการลูกหนังของ เอดซง อารังชีส ดู นาซีเมงตู หรือ “เปเล่” ได้มีพ่อของเขาเป็นโค้ชคนแรกในการฝึกฝน เนื่องจากพ่อของเขาได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพด้วยเช่นกัน โดยได้สังกัดอยู่ในทีมฟลูมีเนงซี (Fluminense Football Club) ในอดีตเขาได้เติบโตขึ้นในย่านที่ยากจนในเมืองเบารู ของรัฐเซาเปาโล เขาหาเงินด้วยการรับจ้างขัดรองเท้าในพื้นที่แถวละแวกบ้าน และแถว ๆ สโมสรฟุตบอลประจำเมือง ตลอดไปจนถึงสถานีรถไฟโนรีเอสเต้ เมื่อเขานั้นวิ่งได้เขาก็เริ่มฝึกหัดเล่นกีฬาฟุตบอลอยู่ตามท้องถนนบริเวณหน้าบ้าน และตามสนามดินลูกรัง โดยได้นำถุงเท้าของผู้ใหญ่ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุด โดยเขาได้ยัดด้วยผ้า หรือยัดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ได้ม้วนเป็นก้อนกลม ๆ จากนั้นเขาก็ได้มัดมันด้วยเชือกผูกรองเท้าทำให้มีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงกับลูกบอลมากที่สุด บางครั้งเขาก็ได้ใช้ผลของเกรปฟรูต บางครั้งเขาก็ได้ใช้ลูกองุ่น หรือวัตถุอื่น ๆ ที่มีลักษณะกลม ๆ แม้กระทั่งเขายังเคยได้ใช้กระดุมเพื่อทำลูกฟุตบอล จนเขานั้นได้มีอายุ 6 ขวบ พ่อของเขาจึงได้ซื้อลูกบอลลูกแรกให้เขา และเมื่อเขาอายุได้ 9 ขวบ เขาจึงได้มีโอกาสร่วมทีมฟุตบอลที่มีชื่อว่า “สโมสร 7 กันยา” โดยมีความหมายว่าเป็นวันเอกราชของประเทศบราซิล ในเวลาต่อมาทีม “สโมสร 7 กันยา”  ก็ได้เปลี่ยนชื่อทีมเป็น “อเมริควินฮา” ซึ่งได้แปลว่า “อเมริกาน้อย” พร้อมกับเขาได้มีโค้ชคนที่สองชื่อว่า “เซไลเต้” เมื่อเขาอายุได้ 13 ปี เขาได้มีโค้ชเป็นคนที่สาม คือ วัลเดมาร์ จี บรีตู (Waldemar de Brito) ซึ่งได้เป็นนักเตะชื่อดังของบราซิล ซึ่งโค้ชผู้ฝึกสอนได้เห็นแววของ “เปเล่” จึงได้ชวนให้ไปร่วมทีมฟุตบอลสมัครเล่น และสามารถคว้าแชมป์ประจำรัฐมาครอบครองได้ติดต่อกันเป็นระยะเวลาถึง 3 ปี เมื่อเขาอายุ 15 ปี เขาได้เข้าร่วมทีมเยาวชน Santos FC junior team และในปีต่อมาเขาก็ได้เป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพอยู่ในทีม Santos Futebol Clube ในการแข่งขันเกมแรกเขาก็สามารถที่ทำประตูชัยมาได้ถึง 4 ประตู และได้เป็นนักเตะที่สามารถทำประตูได้สูงสุดของลีก เมื่อเขาอายุได้ 17 ปี ก็ได้มีโอกาสเรียกตัวให้รับใช้ชาติ ติดทีมชาติบราซิล เพื่อลงสนามแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 1958 ที่ประเทศสวีเดน ได้เป็นเจ้าภาพ และในครั้งนั้น “เปเล่” ก็ถือได้ว่าเป็นนักฟุตบอลที่ได้มีอายุน้อยที่สุด ที่สามารถยิงประตูชัยในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ ด้วยฟอร์มการเล่นที่แสนน่าประทับใจ